ศาสนา
|
อิสลาม (67%) พุทธ (13%) คริสต์ (10%) และฮินดู (10%)
|
ภาษาประจำชาติ
|
ภาษามาเลย์ (Bahasa Malaysia)
|
ดอกไม้ประจำชาติ
|
ดอกซิมปอร์ (Simpor) ดอกซิมปอร์มีปรากฏอยู่บนธนบัตร 1 ดอลลาร์บรูไนด้วย
|
ชุดประจำชาติ
|
หญิง
สวมเสื้อคลุมยาว ที่เรียกว่า "บาจูกูรง” ใส่กระโปรงมอดชิด และสวม "ฮิญาบ” ผ้าคลุมศีรษะสำหรับหญิงอิสลาม
ชาย
สวมเสื้อแขนยาว คอปิด กางเกงขายาว มีผ้าพันรอบเอว และสวมหมวกหรือมีผ้าพันศีรษะ
|
ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
| |
บรูไนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมาเลเซียและอินโดนีเซียมาก มีวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา และ การแต่งกายที่คล้ายคลึงกัน รวมทั้งยังมีวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาอิสลามด้วย เช่น สตรีชาวบรูไนจะแต่งตัวมิดชิด และจะไม่ยื่นมือให้ผู้ชายจับมือทักทาย เป็นต้น
สตรีชาวบรูไนจะแต่งกายมิดชิด นุ่งกระโปรงยาว เสื้อแขนยาว และมีผ้าโพกศีรษะ คนต่างชาติ จึงไม่ ควรนุ่งกระโปรงสั้น และใส่เสื้อไม่มีแขน ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์ การทักทายจะจับมือกันเบาๆ และสตรีจะไม่ ยื่นมือให้บุรุษจับ การชี้นิ้วไปที่คนหรือสิ่งของถือว่าไม่สุภาพ แต่ จะใช้หัวแม่มือชี้แทน และจะไม่ใช้มือซ้ายในการส่งของให้ผู้อื่น สตรีเวลานั่งจะไม่ให้เท้าชี้ไปทางผู้ชาย และไม่ ส่งเสียงหรือหัวเราะดัง
การรับประทานอาหารร่วมกับชาวบรูไน โดยเฉพาะคู่เจรจาที่เป็นชาวมุสลิมควรระมัดระวังการสั่ง อาหารที่เป็นเนื้อหมูและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื่องจากผิดหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม
| |
สกุลเงิน
|
ดอลลาร์บรูไน ตัวย่อ BND
|
อัตราการแลกเปลี่ยน
|
1 ดอลลาร์บรูไน = 25 บาท
1 ดอลลาร์บรูไน = 1 ดอลลาร์สหรัฐ
|
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
- วัฒนธรรมประเทศบรูไน
- สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญประเทศกัมพูชา
ปราสาทพะโค (Prasat Preah ko)
ปราสาทพะโค (prasat preah ko) สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 15 รัชสมัยของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ปราสาทพระโค สร้างด้วยอิฐทั้ง 6 หลัง แบ่งเป็น 2 แถวแถวละ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน และกรอบประตูและกรอบหน้าต่างสร้างด้วยหินทราย ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลางของแถวหน้า มีจารึกภาษาขอมโบราณที่กล่าวถึงประวัติการสร้างปราสาทแห่งนี้
นครวัด (angkor wat)
นครวัด (angkor wat) เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
นครธม (Angkor Thom) เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิ 3
เขาพนมบาเค็ง (phnom bakheng)
เขาพนมบาเค็ง (phnom bakheng) เป็นเทวสถานที่สร้างตามลัทธิไศวนิกาย เมื่อราว พ.ศ. 1450 ตั้งอยู่บนเขาลูกเล็กที่มีความสูงประมาณ 70 เมตร มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า ปราสาทยโศธระปุระคือใช้ชื่อของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ต่อมาเรียกว่า พนมบาเค็งตามลักษณะของต้นบาเค็งที่มีอยู่มากในบริเวณภูเขานี้ เขาพนมบาเค็งหรือวนัมกันตาล เป็นภูเขาใจกลางเมืองยโสธรปุระซึ่งเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ และเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ตัวปราสาทพนมบาเค็งจำลองลักษณะมาจากปราสาทบากอง มีสถาปัตยกรรมคล้ายกัน รูปทรงแบบปิรามิด ที่ตัวระเบียงแต่ละชั้นมีปราสาทเล็กๆ 4 มุม ภายในปรางค์ประธานมีศิวลึงค์ตั้งอยู่ตั้งแต่ พ.ศ.1450
ปราสาทบันทายศรี (Banteay Srei)
ปราสาทบันทายศรี (Banteay Srei) เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวรเสียมราฐ (Siem Reap)
ปราสาทโลเลย (lolei)
ปราสาทโลเลย (lolei) สร้างในปีพุทธศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1436) รัชสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 เป็นศิลปะแบบพระโคและบาแค็ง ปราสาทโลเลย เป็นปราสาทที่อยู่ในกลุ่มเทวสถานเมืองหริหราลัย ซึ่งพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 โปรดให้สร้างขึ้นบริเวณกลางสระอินทรตฎากะ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระราชบิดา ลักษณะสถาปัตยกรรมของปราสาทโลเลย เป็นหอ 4 หอ ที่ไม่สมมาตร คือจะให้สำคัญหอ 2 หอด้านตะวันออกกว่า หอด้านตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างทรุดโทรม ในขณะที่หอด้านตะวันออกเฉียงใต้ได้พังลงเมื่อปี พ.ศ. 2511 โครงสร้างหลักเป็นหินทราย ตกแต่งด้วยอิฐที่ยาด้วยปูน ซึ่งภายหลังแม้จะหลุดล่อนไปตามกาลเวลาแต่ก็ยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง ส่วนทับหลังแกะสลักหินทรายนั้นยังมีหลายชิ้นที่คงสภาพดีจนถึงทุกวันนี้
- ภาษาและการทักทายของประเทศกัมพูชา
ภาษา : กัมพูชา
ตัวอย่างการทักทาย
คำศัพท์
|
คำอ่าน
| ||
สวัสดีตอนเช้า
|
อรุณซัวซะเดย
|
อะ-รุน-ซัว-สะ-เดย
| |
สวัสดีตอนเที่ยง
|
ทิวาซัวซะเดย
|
ทิ-วา-ซัว-สะ-เดย
| |
สวัสดีตอนบ่าย
|
ทิวาซัวซะเดย
|
ทิ-วา-ซัว-สะ-เดย
| |
สวัสดีตอนเย็น
|
ทิวาซัวซะเดย
|
ทิ-วา-ซัว-สะ-เดย
| |
ราตรีสวัสดิ์
|
ราไตรยซัวซะเดย
|
รา-ไตร-ยะ-ซัว-ซะ-เดย
| |
คุณสบายดีไหม
|
ซกสะบายดี
|
ซก-สะ-บาย-ดี
| |
ฉันสบายดี ขอบคุณ
|
ซกสะบายดี ออกุน
|
ซก-สะ-บาย-ดี-ออ-กุน
| |
งานยุ่ง
|
ขยมเมียนธุระจรัญหนะ,
ขยมระวล |
ขะ-หยม-เมียน-ทุ-ระ-จะ-รัน-หนะ, ขะ-หยม-ระ-วน
| |
ฉันชื่อ…
|
ขยมฉม้วก...
|
ขะ-หยม-ฉะ-ม้วก...
| |
ฉันเป็นคนไทย
|
ขยมเจียเนียะไท,
ขยมเจียจนเจียตไท |
ขะ-หยม-เจีย-เนียะ-ไท, ขะ-หยม-เจีย-จน-เจียด-ไท
| |
ฉันอายุ...ปี
|
ขยมอายุ ... ชะนำ
|
ขะ-หยม-อา-ยุ….ชะ-นำ
| |
ยินดีที่ได้รู้จัก
|
รึกเรียรตีบานจวบ
เนียะเวียลกะเนียะ |
รึก-เรีย-ระ-ตี-บาน-จวบ-เนียะ-เวีย-ละ-กะ-เนียะ
| |
ลาก่อน
|
จุมเรียบเลีย (สุภาพ),
เลียฮาย (สนิท) |
จุม-เรียบ-เลีย,เลีย-ฮาย
|
- อาหารประเทศกัมพูชา
อาหารพื้นเมือง อาหารของชาวกัมพูชามีรสชาติและหน้าตาคล้ายคลึงกับอาหารไทย อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คืออาหารที่ปรุงจากปลา อาหารพื้นเมือง ที่ขึ้นชื่อของกัมพูชา ได้แก่ ข้าวห่อใบบัว ทานกับ อามก (ห่อหมกขะแมร์) ขนมจีนน้ำยา ซุปชนังเดย (สุกี้) ก๋วยเตี๋ยวเขมร เป็นต้น นอกจากนี้ที่นี่ยังมีขนมปังฝรั่งเศสวางขายอยู่ทั่วไปตามท้องถนน
- วัฒนธรรมประเทศกัมพูชา
ศาสนา พุทธเถรวาท (มหานิกาย ร้อยละ 90 และธรรมยุตินิกาย)
ชุดประจำชาติ หญิง สวมเสื้อมีลายลูกไม้ที่คอและแขนอาจห่มสไบทับ
และนุ่งผ้าทอ
มือ ที่เรียกว่า ซัมปอต และคาดเข็มขัดทับ
ชาย สวมเสื้อคอปิดแบบราชปะแตนที่ทำจากผ้าไหมหรอผ้าฝ้ายกับ
กางเกงขายาว
และสวมรองเท้าหนังแบบสากล
ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี
ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
วัฒนธรรมประเพณีจึงมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ความเชื่อ
และวิถีชีวิตของคนในประเทศ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่
ระบำอัปสรา (Apsara
Dance) เป็นการแสดงที่โดดเด่น ซึ่งถอดแบบการแต่งกายจากภาพจำหลักรูปนางอัปสรที่ปราสาทนครวัด
เทศกาลน้ำ ( Water
Festival) หรือ "บอน อม ตุก”
(Bon Om Tuk) เทศกาลใหญ่ของกัมพูชา จัดขึ้นทุกเดือนพฤศจิกายนเพื่อเป็นการแสดงความสำนึกในพระคุณของแม่น้ำ
โดยจะมีการแข่งเรือยาว แสดงพลุดอกไม้ไฟ และการแสดงขบวนเรือประดับไฟ
ประเพณีพื้นเมือง ประเพณีปฏิบัติต่างๆ
ชาวกัมพูชาจะสอดคล้องใกล้เคียงกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก
โดยผู้สูงอายุจะเข้าวัดฟังธรรม เมื่อมีงานบุญตามประเพณี
ประชาชนหนุ่มสาวและเด็กจะร่วมแรงช่วยเหลือจัดการงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้
จะมีงานบุญประเพณีที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาตามจันทรคติเช่นเดียวประเทศไทยเป็นวันหยุดราชการ
ได้แก่ วันมาฆบูชา, วันปีใหม่เขมร ( Khmer
New Year ) ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์จะหยุดราชการใน3 วันวันที่ 14 – 16 เมษายนทุกปี, วันวิสาบูชา ,วันสาร์ทเขมร
(เรียกว่างานวันปรอจุมเบณ , Pchum Ben day) โดยจะหยุดราชการ 3 และงานวันลอยกระทง ( Water Festival ) เรียกว่างานบุญอมตุก
หรืองานแข่งเรือ เพราะจะมีเรือจากจังหวัดต่างๆมาแข่งฝีพายกันหน้าพระบรมมหาราชวัง
จะหยุราชการ 3 วัน
สกุลเงิน
เรียล ตัวย่อ KHR
อัตราการแลกเปลี่ยน 1,000 เรียล = 1 บาท
4,000 เรียล = 1 ดอลลาร์สหรัฐ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











